ศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย
(Thailand Innovation Hub)
มุ้งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายและนวัตกรรมเชิงพื้นที่ อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยอาศัยการเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน เพื่อพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ตลอดจน ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
โครงการ Thailand Innovation Hub ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ ผ่านการผนึกกำลังของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้าง “เครือข่ายความร่วมมือและความเชี่ยวชาญ” ที่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมในประเทศไทยอย่างครบวงจร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ “ธุรกิจฐานนวัตกรรม” ของไทยสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจในระดับประเทศ
ที่มาของโครงการ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่ขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศโดยเชื่อมโยง
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรมให้เติบโต
อย่างยั่งยืน ผ่านกลไก 4 ด้าน คือ การพัฒนาศักยภาพ (Groom) การสนับสนุนทุน (Grant)
การขยายธุรกิจ (Growth) และการผลักดันสู่ตลาดโลก (Global) ครอบคลุม 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
ได้แก่ เกษตรและอาหาร สุขภาพ เทคโนโลยีอัจฉริยะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม และท่องเที่ยวและซอฟต์พาวเวอร์
วิสัยทัศน์
- เพื่อพัฒนาและส่งเสริมทักษะด้านนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการและนวัตกรในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้เกิดการต่อยอดธุรกิจนวัตกรรมออกสู่ท้องตลาด
- เพื่อส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรม ให้มีการพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ บริการ รูปแบบธุรกิจนวัตกรรมในพื้นที่ศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทยโดยใช้พื้นที่ของย่านนวัตกรรม เมืองนวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือของศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย เป็นพื้นที่ยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมที่สนับสนุนการเริ่มต้นและเติบโตของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
การดำเนินงานเริ่มต้นจาก 3 อุตสาหกรรมหลักของประเทศ ได้แก่
- อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร (AgTech / FoodTech) มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืนยกระดับเกษตรกรไทยให้สามารถใช้เทคโนโลยีจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อยอดไปสู่การผลิต “อาหารแห่งอนาคต” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ
- อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ (MedTech / HealthTech) สนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพยุคใหม่ตั้งแต่ระบบดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำ ไปจนถึงโซลูชันด้านสุขภาพดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์
- อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และไอโอทีสำหรับภาคอุตสาหกรรม (IndustryTech) ผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกในกระบวนการผลิต เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์

NIA ผนึกกำลังพันธมิตรเปิดเวทีระดับชาติ Thailand Innovation Hub: Demo Day รวมพลัง 61 ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมจาก 3 อุตสาหกรรมเป้า สู่การลงทุนจริงและการจับคู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ 3 เครือข่ายพันธมิตรหลัก ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ด้านเกษตรและอาหาร) สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย (ด้านการแพทย์และสุขภาพ) และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา (ด้านสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และ IoT) จัดงาน Thailand Innovation Hub: Demo Day เวทีระดับชาติครั้งแรกของประเทศไทย ที่รวบรวม จัดแสดง และเชื่อมโยงผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมที่มีศักยภาพจากทุกภูมิภาค ใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งตลอดระยะเวลา 4 เดือนของการเข้าร่วมโครงการ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจน ทั้งแนวทางการพัฒนา วิธีแก้ไขปัญหาในรูปแบบใหม่โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การวางกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ รวมถึงการขยายการใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสามารถต่อยอดสู่การสร้างฐานผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น และสร้างรายได้เติบโตเฉลี่ยกว่ามากกว่าร้อยละ 20 ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า Thailand Innovation Hub ถูกออกแบบให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมทั่วประเทศ ผ่านแนวคิด Groom – Grant – Growth – Global เพื่อเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมไทย และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างเป็นระบบ ซึ่งงานในวันนี้สะท้อนผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง NIA และ 3 เครือข่ายพันธมิตรหลักในพื้นที่ ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมรวม 61 ราย ผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ Incubation Program (30 ราย) – โปรแกรมบ่มเพาะเชิงลึกเพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และเตรียมความพร้อมสู่การลงทุน Sandbox Program (31 ราย) – โปรแกรมเร่งขยายตลาดสำหรับธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์/บริการพร้อมใช้งาน โดยเน้นการจับคู่ธุรกิจและทดสอบใช้งานจริงในพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลจากผู้ใช้จริงและต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ ได้คัดเลือกผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมที่มีศักยภาพโดดเด่นขึ้นเวที Demo Day จำนวน 39 ราย เพื่อนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม รีเทลการค้า และกองทุนร่วมลงทุน เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, Central Food Retail (Tops), ADB Ventures, TVCA, BDMS, กรมควบคุมโรค, InnoSpace, A2D Ventures และ TPG X โดยใช้เกณฑ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ครอบคลุมทั้งการตอบโจทย์ความท้าทายของอุตสาหกรรม (Pain Points) ความพร้อมและผลลัพธ์การใช้งานจริงของเทคโนโลยี โอกาสทางการตลาดและการขยายธุรกิจ ตลอดจนศักยภาพและความพร้อมของทีมผู้ก่อตั้ง เพื่อเพิ่มโอกาสในการต่อยอดเชิงพาณิชย์และการลงทุน โดยมีผลการตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดังนี้ กลุ่มเกษตรและอาหาร จากกิจกรรม Incubation ได้แก่ บริษัท แกรนด์ เอสพี สยาม จำกัด : เม็ดฟู่ยืดอายุดอกไม้ตัดก้าน ลดการเน่าเสียด้านอาหาร จากกิจกรรม Sandbox ได้แก่ บริษัท ไนน์ไบโอ กรุ๊ป จำกัด : POWBIO : หัวเชื้อจุลินทรีย์สร้างไบโอฟล็อกที่มีประสิทธิภาพในการลดแอมโมเนีย และลดไนไตรท์ กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ จากกิจกรรม Incubation ได้แก่ บริษัท วิสยีน (ไทยแลนด์) จำกัด : ชุดตรวจไข้เลือดออกด้วยตนเอง พร้อมระบบบันทึกผลแบบเรียลไทม์ ที่ช่วยคัดกรองผู้ติดเชื้อได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น จากกิจกรรม Sandbox ได้แก่ บริษัท เฟมเม เวิร์ค จำกัด : NPI : ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ กลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และ IoT จากกิจกรรม Incubation ได้แก่ บริษัท เอซีไอ ซอฟต์แวร์ จำกัด : – Kyube Hypercode : แพลตฟอร์มพัฒนาแอปพลิเคชันด้วย AI ช่วยเขียนโค้ด ระบบลาก–วาง และ Flowchart Logic เชื่อมต่อฐานข้อมูลองค์กรแบบเรียลไทม์ผ่าน Peer Handshake จากกิจกรรม Sandbox ได้แก่ บริษัท คลีนเทค แอนด์ บียอนด์ จำกัด – Digital Temperature Indicator (DTI) ป้ายตรวจอุณหภูมิอัจฉริยะไม่ใช้แบตเตอรี่ ใช้วัสดุเปลี่ยนสถานะถาวร เพิ่มความปลอดภัยในโรงงาน นอกจากนี้ ยังมีรางวัล Popular Vote ที่ตัดสินคะแนนจากผู้เข้าร่วมชมงานและผู้ชมจากทางบ้านที่เห็นความโดดเด่นทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม สามารถแก้ปัญหาได้จริง ได้แก่ บริษัท ไนน์ไบโอ กรุ๊ป จำกัด : POWBIO : หัวเชื้อจุลินทรีย์สร้างไบโอฟล็อกที่มีประสิทธิภาพในการลดแอมโมเนีย และลดไนไตรท์ โครงการ Thailand Innovation Hub ยังแสดงให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์จากความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างหน่วยงานพันธมิตร ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้จริง ครอบคลุม 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย สะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมในการพัฒนารูปแบบธุรกิจเชิงพาณิชย์

NIA ผนึกกำลังพันธมิตรขับเคลื่อน Thailand Innovation Hub ร่วมบ่มเพาะและทดสอบนวัตกรรม 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย AgTech – HealthTech – IndustryTech เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “Thailand Innovation Hub” เพื่อเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายและนวัตกรรมเชิงพื้นที่ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ 1) AgTech & FoodTech 2) MedTech & HealthTech และ 3) IndustryTech ผ่านกิจกรรมบ่มเพาะธุรกิจ (Incubation Program) และจับคู่ธุรกิจและทดสอบการใช้งาน (Sandbox Program) โดยเปิดรับสมัครผู้ประกอบการรุ่นใหม่และผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการเติบโต ตั้งแต่วันนี้ – 14 กันยายน 2568 ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า “Thailand Innovation Hub เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ครบวงจร โดยจะทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์ Groom – Grant – Growth – Global ทั้งนี้ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมที่พร้อมแข่งขันในตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และผลักดันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมได้อย่างยั่งยืน” Thailand Innovation Hub มุ่งสร้างเครือข่ายศูนย์กลางนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกันทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตได้ โดยในปีนี้เริ่มต้นใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมายได้แก่ เกษตรและอาหาร (AgTech & FoodTech) – ยกระดับการเกษตรสมัยใหม่และนวัตกรรมอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพ ลดของเสีย และสร้างมูลค่าเพิ่ม การแพทย์และสุขภาพ (MedTech & HealthTech) – พัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบสุขภาพครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน จนถึงการฟื้นฟู เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เทคโนโลยีสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และ IoT (IndustryTech) – ส่งเสริมเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตใหม่เพื่อเพิ่มความแม่นยำความปลอดภัยและความยั่งยืน ในโอกาสนี้จึงเปิดตัว 3 เครือข่ายพันธมิตรสำคัญที่มีความพร้อมในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรมไทยของแต่ละอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ย่านนวัตกรรมเกษตรและอาหารแม่โจ้ โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งพร้อมต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มกับในกลุ่มเกษตรและอาหาร สำหรับการแพทย์และสุขภาพร่วมมือกับสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย พร้อมด้วยย่านนวัตกรรมทางการแพทย์ทั้งโยธี สวนดอก ศิริราช และกังสดาล ในการเปิดพื้นที่ให้เกิดการทดสอบใช้งาน และกลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และไอโอที ที่ตอบโจทย์แก้ปัญหาและเพิ่มมูลค่าให้ภาคอุตสาหกรรม ได้ร่วมมือกับอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยทำงานร่วมกับ NIA และเครือข่ายพันธมิตรเพิ่มเติมทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ดร.กริชผกา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ขณะนี้โครงการฯ กำลังเปิดรับสมัครผู้ประกอบการรุ่นใหม่และผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการเติบโตใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่มีความตั้งใจจริงในการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถการแข่งขัน โดยจะได้รับการสนับสนุนผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมบ่มเพาะ (Incubation Program) เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีแนวคิดหรือต้นแบบนวัตกรรมที่สามารถนำไปสู่ธุรกิจจริง และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและทดสอบการใช้งาน (Sandbox Program) เหมาะสำหรับผู้ที่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่พร้อมออกสู่ตลาดหรืออยู่ในตลาดแล้ว โดยจะได้รับการจับคู่กับลูกค้าจริง พร้อมคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เพื่อขยายตลาดอย่างเป็นรูปธรรม เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 กันยายน 2568 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการคัดเลือกในช่วงปลายเดือนกันยายน และมีกิจกรรมบ่มเพาะพัฒนาธุรกิจและทดสอบตลาด ระหว่างตุลาคม 2568 – มกราคม 2569 ก่อนจะปิดท้ายด้วยการจัดนิทรรศการและนำเสนอผลงาน (Demo Day) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เรียกได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยไม่ควรพลาด” “Thailand Innovation Hub” เป็นเวทีแห่งโอกาสของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม ในการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพื่อร่วมกัน “ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยนวัตกรรม” และผลักดันให้ก้าวสู่การเป็น “ชาตินวัตกรรม” (Innovation Nation)”
ศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย
(Thailand Innovation Hub)
เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายและนวัตกรรมเชิงพื้นที่
อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
โดยอาศัยการเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้ง
ภาครัฐ ภาคเอกชนภาคการศึกษา และภาคประชาชน
เพื่อพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ให้สอดคล้องกับ
อุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
ตลอดจนส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้
ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
โครงการ Thailand Innovation Hub ถือเป็นกลไกสำคัญ
ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศผ่านการผนึกกำลังของ
หน่วยงานภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้าง
“เครือข่ายความร่วมมือและความเชี่ยวชาญ” ที่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจ
นวัตกรรมในประเทศไทยอย่างครบวงจร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้
“ธุรกิจฐานนวัตกรรม” ของไทยสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน
และสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจในระดับประเทศ
ที่มาของโครงการ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.)
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่ขับเคลื่อน
ระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศโดยเชื่อมโยงความร่วมมือ
ระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาเพื่อสนับสนุน
ผู้ประกอบการนวัตกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านกลไก 4 ด้าน
คือ การพัฒนาศักยภาพ (Groom) การสนับสนุนทุน (Grant)
การขยายธุรกิจ (Growth) และการผลักดันสู่ตลาดโลก (Global)
ครอบคลุม 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายได้แก่ เกษตรและอาหาร
สุขภาพ เทคโนโลยีอัจฉริยะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม
และท่องเที่ยวและซอฟต์พาวเวอร์
วิสัยทัศน์
วิสัยทัศน์ / เป้าหมายของ Thailand Innovation Hub
- เพื่อพัฒนาและส่งเสริมทักษะด้านนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการและนวัตกรในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เกิดการต่อยอดธุรกิจนวัตกรรมออกสู่ท้องตลาด
- เพื่อส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรม ให้มีการพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ บริการ รูปแบบธุรกิจนวัตกรรมในพื้นที่ศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย โดยใช้พื้นที่ของย่านนวัตกรรม เมืองนวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือของศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย เป็นพื้นที่ยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมที่สนับสนุนการเริ่มต้นและเติบโตของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
การดำเนินงานเริ่มต้นจาก 3 อุตสาหกรรมหลักของประเทศ ได้แก่
- อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร (AgTech / FoodTech) มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืนยกระดับเกษตรกรไทยให้สามารถใช้เทคโนโลยีจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อยอดไปสู่การผลิต “อาหารแห่งอนาคต” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ
อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ (MedTech / HealthTech) สนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพยุคใหม่ตั้งแต่ระบบดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำ ไปจนถึงโซลูชันด้านสุขภาพดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และไอโอทีสำหรับภาคอุตสาหกรรม (IndustryTech) ผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกในกระบวนการผลิต เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์
ศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย
(Thailand Innovation Hub)
เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายและนวัตกรรมเชิงพื้นที่
อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
โดยอาศัยการเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้ง
ภาครัฐ ภาคเอกชนภาคการศึกษา และภาคประชาชน
เพื่อพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ให้สอดคล้องกับ
อุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
ตลอดจนส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้
ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
โครงการ Thailand Innovation Hub ถือเป็นกลไกสำคัญ
ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ ผ่านการผนึกกำลัง
ของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรม
เพื่อสร้าง “เครือข่ายความร่วมมือและความเชี่ยวชาญ” ที่เอื้อต่อ
การพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมในประเทศไทยอย่างครบวงจร
โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ “ธุรกิจฐานนวัตกรรม” ของไทยสามารถ
เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจในระดับประเทศ
ที่มาของโครงการ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.)
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่ขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศโดยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านกลไก 4 ด้าน คือ การพัฒนาศักยภาพ (Groom) การสนับสนุนทุน (Grant) การขยายธุรกิจ (Growth) และการผลักดันสู่ตลาดโลก (Global) ครอบคลุม 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายได้แก่ เกษตรและอาหารสุขภาพ เทคโนโลยีอัจฉริยะ พลังงานและสิ่งแวดล้อมและท่องเที่ยวและซอฟต์พาวเวอร์
วิสัยทัศน์
- เพื่อพัฒนาและส่งเสริมทักษะด้านนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการและนวัตกรในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้เกิดการต่อยอดธุรกิจนวัตกรรมออกสู่ท้องตลาด
- เพื่อส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรม ให้มีการพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ บริการ รูปแบบธุรกิจนวัตกรรมในพื้นที่ศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทยโดยใช้พื้นที่ของย่านนวัตกรรม เมืองนวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือของศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย เป็นพื้นที่ยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมที่สนับสนุนการเริ่มต้นและเติบโตของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
การดำเนินงานเริ่มต้นจาก 3 อุตสาหกรรมหลักของประเทศ ได้แก่
- อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร (AgTech / FoodTech) มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืนยกระดับเกษตรกรไทยให้สามารถใช้เทคโนโลยีจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อยอดไปสู่การผลิต “อาหารแห่งอนาคต” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ
- อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ (MedTech / HealthTech) สนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพยุคใหม่ตั้งแต่ระบบดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำ ไปจนถึงโซลูชันด้านสุขภาพดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์
- อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และไอโอทีสำหรับภาคอุตสาหกรรม (IndustryTech) ผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกในกระบวนการผลิต เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย